28 November 2014  
รายงานพิเศษ: จับตา! บทบาทดับไฟใต้รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ปรากฏการณ์ใหม่หรือแค่เกมสลายขั้วอำนาจ??!
2011-09-27 09:08:35

กองบรรณาธิการสำนักข่าวอามาน

ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา  คนทำงานในจังหวัดชายแดนภาคใต้คงตื่นเต้นระทึกกับข่าวที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์เคลื่อนไหวเกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาภาคใต้สามประเด็นที่น่าสนใจ อันดับแรกคือ กระทรวงยุติธรรมชง ครม.ของบเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบทางการเมืองและภาคใต้รวมแปดพันล้านบาท ประเด็นที่สองคือพล.อ.พัลลภ ปิ่นมณีที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีพยายามหาช่องที่จะเข้ามารับผิดชอบ กอ.รมน. เพราะ 'นายหญิง' เคยรับปากไว้ แต่ยังติด พรบ.ปี 2551ที่กำหนดไว้ว่า นายกรัฐมนตรี เป็น ผอ.รมน. และ ผบ.ทบ. เป็น รอง ผอ.รมน.ขวางอยู่ และประเด็นสุดท้าย รัฐบาลมีมติตั้ง"ศูนย์บูรณาการแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้" หรือ ศบ.กช. เพื่อเป็นองค์กรหลักในภารกิจดับไฟใต้

** PHOTO BY :  https://www.facebook.com/toy.chotainews


สองประเด็นแรก ยังอยู่ในขั้นตอนเริ่มต้นซึ่งจะกล่าวถึงในโอกาสต่อไป แต่ประเด็นสุดท้ายกำลังกลายเป็น 'ทอร์ก ออฟ เดอะทาวน์' ทั่วทั้งจังหวัดชายแดนภาคใต้ขณะนี้ เพราะเป็นการเดินเกมที่เงียบเชียบสื่อไม่ได้ระแคะระคายมาก่อนหน้านี้ ไม่มีการโยนหินถามทาง และไม่มีการสำรวจตรวจสอบความเห็นประชาชนมาก่อน จึงเกิดปรากฏการอึ้ง ทึ่ง กันเป็นแถว!  

การประชุมหน่วยงานด้านความมั่นคงที่มี  น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 22 ก.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของรัฐบาลชุดนี้หลังจากได้รับการเลือกตั้งด้วยเสียงท่วมท้น และเป็น 6 วันหลังเกิดเหตุระเบิดรุนแรงกลางเมืองที่ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส มีผู้แทนหน่วยงานด้านความมั่นคงที่เข้าร่วมประชุมพร้อมเพรียงมากหน้าหลายตา เช่น นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ เสนาธิการทหารบก (เสธ.ทบ.) พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร.) รักษาราชการแทน ผบ.ตร. พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงห์แก้ว รองผบ.ตร. ว่าที่เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) นายอดิศักดิ์ ตันยากุล รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) รักษาราชการแทนเลขาธิการ สมช. และ นายบัณฑูร สุภัควณิช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี

หลังการประชุม นางฐิติมา ฉายแสง โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกมาแถลงว่า พล.อ.ประยุทธ์ ได้สรุปสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ในช่วงที่ผ่านมา  และได้พูดถึงโครงสร้างหน่วยงานที่รับผิดชอบซึ่งแบ่งเป็น  3 แท่ง ประกอบด้วย กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) และศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศชต.) ซึ่งการทำงานมีลักษณะต่างคนต่างทำและมีปัญหาเรื่องการเบิกจ่ายงบประมาณ ต้องใช้เวลากว่า 3 เดือนถึงจะเบิกจ่ายได้

"ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีต้องการให้การทำงานแก้ไขปัญหาภาคใต้ประสานเป็นทิศทางเดียวกัน ทางกองทัพภาคที่ 4 จึงได้เสนอโครงร่างจัดให้มี "ศูนย์บูรณาการแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้" หรือ ศบ.กช. ซึ่งนายกฯก็เห็นด้วยกับแนวคิดดังกล่าว และให้ไปทำเวิร์คชอป (ประชุมเชิงปฏิบัติการ) เพื่อจัดตั้ง ศบ.กช. โดยให้ นายบัณฑูร ในฐานะเลขาธิการนายกฯ ไปดูในเรื่องของงบประมาณ ในฐานะที่เคยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ" นางฐิติมาระบุในถ้อยแถลง

"หากมีการตั้ง ศบ.กช.ขึ้นแล้ว ศอ.บต.ก็จะทำหน้าที่แค่ในเรื่องของการพัฒนาเท่านั้น พร้อมมอบหมายให้ พล.ต.อ.โกวิท เป็นประธานทำเวิร์คชอปเพื่อจัดตั้ง ศบ.กช." โฆษกรัฐบาล ระบุ

และวันต่อมา 23 กันยานยน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาลว่า การประชุมหน่วยงานด้านความมั่นคงเมื่อวันที่ 22 ก.ย. เป็นการหารือถึงปัญหาที่เกิดขึ้นหลายๆ ครั้งซ้ำแล้วซ้ำเล่า สิ่งที่ได้คุยกันคือแม้จะมีศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) และหน่วยงานระดับพื้นที่รับผิดชอบปัญหาอยู่แล้ว แต่การทำงานยังเป็นคนละส่วนกัน ยังไม่มีการบูรณาการหรือมีเจ้าภาพร่วม แม้การทำงานที่ผ่านมาจะพยายามประสานกัน แต่เรื่องของการบูรณาการในการตัดสินใจยังไม่มีเจ้าภาพที่ชัดเจน จึงได้หารือให้มีการประชุมเวิร์คชอปเพื่อวางยุทธศาสตร์ใหญ่ ซึ่งกองทัพก็จะนำเสนอยุทธศาสตร์ด้วย

"ในส่วนนี้ได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.โกวิท เป็นประธาน และจะมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหารบก ร่วมเป็นคณะทำงาน ในส่วนของพื้นที่จะเป็นหน้าที่ของแม่ทัพภาคที่ 4 ในการเข้าไปดูแลเพื่อให้เกิดการบูรณาการและเกิดความชัดเจนในการสั่งงาน เพื่อให้งานเป็นไปอย่างกระชับและรวดเร็วขึ้น"

นางสาวยิ่งลักษณ์ระบุอีกว่า  โครงสร้าง ศบ.กช.นั้นจะมีการหารือในรายละเอียดกับทุกหน่วยงาน จากนั้นจะมีการประกาศอย่างชัดเจนอีกครั้ง เพื่อให้การแก้ไขปัญหาภาคใต้มีองคาพยพที่ชัดเจน และมีผู้รับผิดชอบดูแลเอาใจใส่โดยตรงเพื่อประชาชนในพื้นที่ จะไม่เน้นเรื่องการปราบปราม แต่จะเน้นดูแลพื้นที่ให้เกิดความปลอดภัย สร้างความเข้าใจ ให้ความรู้ร่วมกัน รวมทั้งปฏิบัติตามกฎหมาย และคำนึงถึงหลักมนุษยธรรม

"ส่วนเรื่องเขตปกครองพิเศษ เราคงยังไม่ไปถึงตรงนั้น จากที่ฟังจากประชาชนแล้วส่วนใหญ่อยากให้เกิดความปลอดภัย ฉะนั้นต้องเข้าใจปัญหาอย่างจริงจังก่อน" นายกฯ ยิ่งลักษณ์ระบุ

แหล่งข่าวนักวิเคราะห์ด้านความมั่นคงรายหนึ่งเปิดเผยกับสำนักข่าวอามานว่า  ไม่ใช่เรื่องเกินความคาดหมาย  เมื่อรัฐบาลไม่สามารถดำเนินการนโยบายที่หาเสียงไว้ได้ (คือการสนับสนุนปัตตานีมหานคร) ก็ต้องหาวิธีการที่จะดำเนินการแก้ไขปัญหาภาคใต้ซึ่งถือเป็นหน้าที่หลักที่ประชาชนจับตามองและส่งผลต่อคะแนนนิยมพอสมควร แต่ที่แปลกใจคือรัฐบาลใช้วิธีตั้งองค์กรใหม่ขึ้นมารองรับแทนที่จะปฏิรูปหรือเสนอนโยบายเพื่อขับเคลื่อนองค์กรที่มีอยู่เดิม อาจเป็นไปได้ว่า ศอ.บต.ถูกรัฐบาลชุดที่ผ่านมาเดินเกมเสนอกฏหมาย พรบ.รองรับให้ทำงานรับผิดชอบด้านการพัฒนา ทำงานควบคู่กับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ซึ่งถ้ารัฐบาลนี้เข้าไปแตะหรือพยายามยกเลิกเหมือนที่สมัยรัฐบาลทักษิณ 1 ทำก็คงเป็นไปได้ยากเนื่องจากต้องผ่านกลไกหลายขั้นตอน จึงเสนอองค์กรใหม่ขึ้นมาภายใต้คำอธิบายว่าเพื่ออุดช่องว่างการทำงานของ ศอ.บต.และกอ.รมน. ซึ่งยังไม่ใช่คำอธิบายที่ดีพอ เพราะยังไม่ถูกชี้ให้เห็นปัญหาที่ประชาชนยอมรับได้ ถ้ารัฐบาลคิดว่าขั้นตอนการทำงานมีปัญหาในจุดไหนก็ควรแก้ที่จุดนั้น เช่น ปัญหาการบูรณาการ และการเบิกจ่ายงบประมาณที่ล่าช้า เป็นต้น แต่การตั้งองค์กรใหม่ต้องใช้คนและงบประมาณอีกเป็นจำนวนมากขึ้นมาดูแล

นักวิเคราะห์ด้านความมั่นคงคนเดิมยังกล่าวอีกว่า  ตนเชื่อว่าเป้าหมายของรัฐบาลในการรับลูกกองทัพภาคที่ 4 เพื่อจัดตั้งองค์กร ศบ.กช.ขึ้นมาใหม่ก็เพื่อต้องการดึงงบประมาณจาก ศอ.บต.ปีละ 22,000 ล้านบาท กลับมาดูแลเองมากกว่า ทั้งคนทำงาน งบประมาณ และแผนงานนโยบาย ซึ่งรัฐบาลต้องตอบคำถามของประชาชนให้ได้ว่าองค์กรใหม่นั้นส่งผลดีต่อการแก้ไขปัญหาความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้หรือไม่ หรือเพียงแค่เป็นการเล่นงบประมาณ และโยกย้ายข้าราชการประจำที่ทำงานให้กับรัฐบาลประชาธิปัตย์ และการมอบหมาย พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงเข้ามารับผิดชอบการแก้ไขปัญหาภาคใต้นั้นมีความเหมาะสมอย่างไร

เป็นคำถามจากนักวิเคราะห์ที่จับตามองซึ่งยังชี้ให้เห็นว่า รัฐบาลนี้จะไม่แตะเรื่องการแก้ปัญหาด้วยการเมืองการปกครองอย่างแน่นอน นอกจากแรงสะท้อนจากผลการเลือกตั้งที่ผ่านมาแล้ว รัฐบาลก็คงไม่กล้าเสี่ยงกับกระแสสังคมใหญ่ เพราะยังมีวาระอื่นๆ อีกมากที่รัฐยังต้องเสี่ยงฝ่ากระแส

นอกจากนี้ เมื่อต้นสัปดาห์ก่อน ก็มีรายงานข่าวว่า รัฐบาลเตรียมโยกย้าย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รองปลัดกระทรวงยุติธรรม อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ไปดำรงตำแหน่งเลขาธิการ ศอ.บต.แทนนายภาณุ อุทัยรัตน์ แม้ว่ายังไม่มีมติออกมาเป็นทางการ แต่อนาคตของนายภาณุ อุทัยรัตน์ กับ ศอ.บต.กำลังจะหมดลงเร็วๆ นี้อย่างแน่นอน

นี่คือการเคลื่อนไหวล่าสุดของรัฐบาลใหม่ที่อายุงานเพียงแค่หนึ่งเดือนเศษที่มาเงียบๆ  แต่ส่งผลสะเทือนอย่างมหาศาล โปรดจับตามองจังหวะก้าวต่อไปของรัฐบาลและ ศบ.กช.  อย่ากระพริบตา!!

 

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย

 

| หน้าหลัก | English | Bahasa | العربية | เกี่ยวกับเรา |
สำนักข่าวอามาน © 2010 . All Rights Reserved.
297/28 หมู่บ้านออมทอง ถ.หนองจิก ต.รูสะมิแล อ.เมือง จ.ปัตตานี 94000
อีเมล์ : info@amannews.org โทรศัพท์/โทรสาร : 0-7331-2291 มือถือ : 08-9732-1987