01 September 2014  
การทำงานขององค์กรในรูปแบบเครือข่ายในสถานการณ์ความขัดแย้งผ่านมุมมอง อ. ภีรกาญจน์
2012-01-02 14:28:40

มูนีเราะห์ โส๊ะอ้น นักศึกษาฝึกงานจากคณะวิทยาการสื่อสาร ม.อ.ปัตตานี

อาจารย์ภีรกาญจน์ ไค่นุ่นนา อาจารย์ประจำหลักสูตรนิเทศศาสตร์บัณฑิต คณะวิทยาการสื่อสารให้มุมมองน่าสนใจเกี่ยวกับการทำงานขององค์กรในรูปแบบเครือข่ายว่ามีความสำคัญอย่างมากในสถานการณ์ความขัดแย้งในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ยืดเยื่อมานานถึงแปดปี และจากความขัดแย้งที่เกิดขึ้นได้สร้างความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินมากมายทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชนผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งก็มักตกเป็นเหยื่อของความรุนแรงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

อ.ภีรกาญจน์มองว่าโดยส่วนตัวแล้วมองว่าภาวะวิกฤติ สถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นเรื่องที่มีความซับซ้อน สิ่งที่เห็นเป็นปรากฏการณ์ เช่น เหตุการณ์ระเบิด การยิงกันตาย เผาโรงเรียนและสถานที่ราชการ มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต เป็นต้น แต่ในสถานการณ์ความขัดแย้งนี้ต้องมองในมิติที่ลึกลงไปมากกว่านั้น คือ มิติของแรงจูงใจทางการเมืองหรืออุดมการณ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่คนทำข่าวต้องมีองค์ความรู้หลายๆด้านเพิ่มขึ้น ทั้งองค์ความรู้มิติด้านความขัดแย้ง ความรุนแรง มิติด้านการเมือง ศาสนา วัฒนธรรม สังคม เศรษฐกิจ อีกทั้งยังมีกระบวนการหรือเทคนิคการทำข่าวในพื้นที่เพิ่มเติมจากเดิม ทั้งเรื่องของการหาแหล่งข่าว การตรวจสอบข่าว การเดินทางที่ปลอดภัยของตนเอง

“นักข่าวในภาวะวิกฤติอย่างนี้จึงต้องเรียนรู้สองเรื่องหลักๆ เรื่องแรก คือองค์ความรู้ที่จะเป็นเครื่องมือในการคิดวิเคราะห์ สร้างสรรค์ประเด็นใหม่ๆ และสอง คือองค์ความรู้เกี่ยวกับกระบวนการทำข่าวในภาวะวิกฤติหรือสถานการณ์ความไม่สงบ ดังนั้น การที่สื่อทำงานเดี่ยวเป็นเรื่องที่ลำบาก การทำงานร่วมกับองค์กรสื่อทั้งภายในและภายนอก ไม่ว่าจะเป็นภาคประชาสังคม กลุ่มเพื่อนนักข่าว สมาคมผู้สื่อข่าว หรือองค์กรภาควิชาการ จะทำให้เรียนรู้เรื่องดังกล่าวด้วยวิธีลัด ไม่จำเป็นต้องเรียนรู้ด้วยตนเอง การมีเครือข่ายร่วมกันในพื้นที่และเครือข่ายสื่อเหล่านี้ทำให้สามารถเรียนรู้ผ่านเครือข่ายและองค์กรต่างๆ เช่น การอบรม ประชุม สัมมนา การพูดคุย ทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ ซึ่งจะช่วยเพิ่มพูนทักษะและองค์ความรู้ในการทำงานในพื้นที่” อาจารย์หนุ่มกล่าวและเสริมว่า

“การทำข่าวในรูปแบบเครือข่ายมีเพิ่มมากขึ้น โดยปกติในทุกจังหวัด นักข่าวทำงานคนเดียวหรือกลุ่มเล็กๆ แต่ในระยะหลังมีการทำงานร่วมกัน และจับเป็นกลุ่มก้อนกันมากขึ้น มีการปรึกษาหารือในการทำงาน อีกส่วนหนึ่งนักข่าวมีการตั้งเป็นเครือข่ายผู้สื่อข่าว ซึ่งเป็นแนวทางหนึ่งที่ทำให้เกิดการเรียนรู้ ที่ไม่ใช่แค่การรวมกลุ่มเป็นสมาคม แต่ยังมีเครื่องมือที่จะเพิ่มพูนองค์ความรู้ให้กับผู้สื่อข่าวที่อยู่ในกลุ่มหรือสมาคมด้วย ส่วนหนึ่ง คือ ง่ายต่อการเชื่อมต่อกับหน่วยงาน สถาบันหรือสมาคมวิชาชีพต่างๆในระดับภาพรวม ที่จะร่วมกันพัฒนาวิชาชีพผู้สื่อข่าวในพื้นที่ให้มีศักดิ์ศรีและเชี่ยวชาญเทียบเท่านักข่าวมืออาชีพ ซึ่งการรวมกันเป็นสมาคมหรือเครือข่ายจะช่วยพัฒนามาตรฐานวิชาชีพเพิ่มสูงขึ้น ที่สำคัญจะช่วยควบคุมนักข่าวให้อยู่ในมาตรการและจริยธรรมที่ควรจะเป็น ซึ่งในกลุ่ม สมาคมหรือเครือข่ายต้องพูดคุยกันในการควบคุมจริยธรรมวิชาชีพของสมาชิก เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับวิชาชีพผู้สื่อข่าว ที่เป็นหน้าที่ของสมาคมหรือเครือข่ายที่ต้องผลักดันให้ร่วมกันพิจารณาออกเป็นกรอบหรือแนวปฏิบัติทางวิชาชีพที่สร้างความน่าเชื่อถือ เพื่อเป็นหลักประกันให้สมาชิกสมาคมหรือเครือข่ายปฏิบัติอยู่ในกรอบจริยธรรมที่ควรจะเป็น” นายภีรกาญจน์กล่าว

นอกจากนั้นอาจารย์ยังมองว่าปัจจุบันเครือข่ายทางสังคมและสื่อใหม่ มีส่วนสำคัญทำให้นักข่าวทำงานเป็นเครือข่ายกันมากขึ้น เป็นเครื่องมือที่ทุกใช้อยู่ตลอดในชีวิตประจำวันในปัจจุบัน ซึ่งจะช่วยให้การทำงานง่ายขึ้น การติดต่อสื่อสารที่รวดเร็วมากขึ้น เป็นตัวกรองเบื้องต้น เครื่องมือนำทางในการวางแผนการทำงานข่าวต่อไป การติดต่อข้อมูลข่าวสารเชื่อมโยงกันสะดวกและรวดเร็วขึ้น และยังเป็นช่องทางในการนำเสนอข่าวที่อาจถูกมองข้ามหรือไม่ได้รับความสนใจจากสื่อกระแสหลัก

สำหรับความคิดเห็นต่อการทำงานเป็นเครือข่ายของสำนักข่าวอามานอาจารย์ภีรกาญจน์กล่าวว่าสำนักข่าวอามาน มีทั้งเครือข่ายภายในและนอกพื้นที่ เครือข่ายภายในพื้นที่จะเชื่อมต่อกับชุมชนและภาคประชาสังคมในพื้นที่ จะพัฒนาหรือขับเคลื่อนวาระของจังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วยกัน ส่วนเครือข่ายภายนอกที่พยายามเชื่อมต่อพอสมควร ทั้งที่เป็นแหล่งทุน หรือหน่วยงานที่ให้ความรู้ทางวิชาชีพกับนักข่าว เป็นแนวทางที่จะพัฒนาวิชาชีพนักข่าวในองค์กรให้สามารถก้าวทันความเปลี่ยนแปลง ซึ่งเป็นการพัฒนาที่สำคัญ การพยายามเชื่อมต่อทั้งภายในและภายนอกพื้นที่เพื่อร่วมกันสร้างทางเลือกให้เกิดขึ้นในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้

“ประเด็นสำคัญ คือ สำนักข่าวอามานต้องทำอย่างไรที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนของขบวนการภาคประชาสังคม เพื่อนำวาระของคนในพื้นที่มีความสนใจเรื่องอะไรและต้องการอะไรไปเป็นประเด็น ซึ่งเป็นหน้าที่ที่เห็นว่าควรมุ่งเน้น เพราะสื่อในพื้นที่ที่มีค่อนข้างน้อย และสำนักข่าวอามานเป็นตัวเลือกแรกๆที่ได้รับความสนใจ การที่สำนักข่าวอามานแสดงตัวตนเป็นตัวแทนของประชาชนในพื้นที่ จะต้องทำให้คนภายนอกเห็นว่าเป็นสื่อที่เจาะลึกความจริงในพื้นที่ให้ได้”อาจารย์ภีรกาญจน์กล่าวปิดท้าย

 

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย

 

| หน้าหลัก | English | Bahasa | العربية | เกี่ยวกับเรา |
สำนักข่าวอามาน © 2010 . All Rights Reserved.
297/28 หมู่บ้านออมทอง ถ.หนองจิก ต.รูสะมิแล อ.เมือง จ.ปัตตานี 94000
อีเมล์ : info@amannews.org โทรศัพท์/โทรสาร : 0-7331-2291 มือถือ : 08-9732-1987